วิวัฒนาการของศัลยกรรมปาก

วิวัฒนาการของศัลยกรรมปากกระจับ ปากบาง

วิวัฒนาการของศัลยกรรมปากกระจับ ปากบาง กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในตอนนี้ เพียงแค่อยากให้มีริมฝีปากที่บางสวยได้รูป ริมฝีปากทั้งบนและล่างจะต้องมีความสมดุลโดยที่ริมฝีบางบนจะต้องบางกว่าริมฝีปากล่างเกือบครึ่ง รูปปากจะต้องเป็นปากกระจับ ปากบางที่ดูคล้ายคนศรของกามเทพ จะเห็นได้จากดาราที่นิยมทำกันมาก บางรายอาจมีปัญหาเรื่องริมฝีปากหนาไม่เข้ากับรูปหน้า รูปปากอาจดูธรรมดาไป หรือเพื่อปรับรูปหน้าที่ดูดุก็จะช่วยให้ดูหวานขึ้นได้

ศัลยกรรมปาก

  1. ริมฝีปากกระจับปากบาง ในแต่ละแบบนั้น มีความต่างกัน ไม่เหมือนกัน การศัลยกรรมรูป ในแต่ละแต่ละทรงนั้นมีเทคนิคที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้เช่น ต้องการปากสวยเข้ารูปปากกระจับ ปากบาง แพทย์แต่ละคนก็จะมีความเชี่ยวชาญและเทคนิคที่ไม่เหมือนกัน หรือจากริมฝีปากบางเป็นริมฝีปากหนา
  2. ทำตัวเองให้พร้อมก่อนศัลยกรรม ผู้ที่เข้ารับการรักษาจะต้องมีการเตรียมตัวเพื่อเป็นการดีที่สุด เพราะจะทำให้ร่างกายแข็งแรงและควรงดความบันเทิงและปาร์ตี้ทุกอย่าง สิ่งสำคัญควรหยุดยาแก้ปวดพวกแอสไพริน ยาคลายกล้ามเนื้อ วิตามิน หรืออาหารเสริมทุกชนิด เพื่อให้การรักษาผ่าตัดเป็นไปได้อย่างสะดวก รวมถึงเลือดหยุดไหลได้ตามปกติ ควรทำความสะอาดในช่องปากให้พร้อมเพื่อลดการติดเชื้อได้ง่าย

เพื่อริมฝีปากกระจับ ปากบาง ให้ได้สัดส่วนสวยได้รูปมีวิธีอย่างไร

  1. การศัลยกรรมริมฝีปากบนก่อนผ่าตัดเล่นฟีฟ่าท่าจะต้องวิเคราะห์และใช้ปากกาวาดเพื่อระบุตำแหน่งที่จะทำการผ่าตัดก่อนคือออกแบบและดีไซน์รูปริมฝีปากก่อนที่จะทำการผ่าตัดจากนั้นจึงฉีดยาชาแล้วเริ่มทำการผ่าตัดโดยทั่วไปการผ่าตัดเลเซอร์ปากไม่ว่าจะเป็นประกาศจับหรือทำปากบางแพทย์จะเย็บด้วยไหมละลายและซ่อนไว้ด้านในเพื่อไม่ให้มองเห็นแผลได้ชัด
  2. การผ่าตัดริมฝีปากล่างขั้นตอนวิธีการก็จะคล้ายๆกับการผ่าตัดริมฝีปากบนคือเริ่มจากการทุกวันหรือสัปดาห์โดยระบุตำแหน่งที่จะทำการผ่าตัดก่อนเพื่อออกแบบรูปทรงหรือเปล่าซึ่งแต่ละคนก็จะมีรูปทรงที่แตกต่างกันไปถึงจำเป็นต้องวิเคราะห์ก่อนการผ่าตัดศัลยกรรมทุกครั้ง
  3. การศัลยกรรมปากบางให้เป็นปากหนา เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่คนปากบางอยากจะทำให้หนา ปัจจุบันมีทั้งการฉีดสารเติมเต็ม ฉีดไขมันของตนเอง เพื่อเพิ่มความหนาและอวบอิ่มให้กับริมฝีปาก โดยสารเหล่านี้ควรมีใบรับรองการประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้องไม่ควรเลือกฉีดกับบุคคลที่ไม่มีความรู้และความเชี่ยวชาญทางด้านนี้อาจทำให้เกิดอันตรายได้

ศัลยกรรมปากกระจับ

ปัจจุบันการทำศัลยกรรมปากกระจับ ปากบางเริ่มเป็นที่นิยมอย่างมากตามความเชื่อว่าจะช่วยเสริมโหงวเฮ้งให้กับใบหน้า และช่วยให้รูปหน้าสวย ก่อนการตัดสินใจที่จะทำควรเน้นศึกษาหาข้อมูลการผ่าตัดและรายละเอียดให้ครบถ้วน เพราะเมื่อคุณตัดสินใจทำไปแล้วก็จะต้องยอมรับในสิ่งนั้นไปตลอดชีวิต

วิตามินไบโอติน ช่วยลดผมร่วงได้หรือไม่

วิตามินไบโอติน ช่วยลดผมร่วงได้หรือไม่

มีปัญหาผมร่วงง่าย ช่วงนี้อากาศหนาวยิ่งร่วงมากขึ้น ได้ยินว่าการรับประทานวิตามินไบโอตินหรือบีเวอร์ยีสต์เสริมจะช่วยได้จริงหรือไม่ แล้วอย่างไหนดีกว่ากันคะ

ลดผมร่วง

ไบโอติน บีเวอร์ยีสต์

การรับประทานวิตามินไบโอตินหรือบริวเวอร์ยีสต์ ช่วยให้เส้นผมแข็งแรงขึ้นได้จริง เนื่องจากร่างกายจะได้รับวิตามินไบโอตินทั้งสิ้น เพราะบริวเวอร์ยีสต์เองซึ่งเป็นยีสต์ที่ใช้ในการหมักเบียร์ 100 กรั มก็จะให้วิตามินไบโอติน 200 ไมโครกรัม โดยประมาณเช่นกันครับ วิตามินชนิดนี้มีส่วนสำคัญทำให้ผิวหนังเส้นผมและเล็บแข็งแรงขึ้น ปกติเราได้รับจากอาหารซึ่งรับประทานเข้าไป พบมากใน ไข่แดง ตับหมู ตับไก่ ด้วยอาหารเหล่านี้ 100 กรัมให้วิตามินไบโอติน 60 96 190 ไมโครกรัม ตามลำดับ และบางส่วนสร้างได้จากเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ หากร่างกายได้รับวิตามินชนิดนี้น้อยกว่า 25 ไมโครกรัมต่อวัน ก็จะเกิดอาการผิวหนังอักเสบง่ายผมร่วงผมหงอกได้เร็วขึ้น เล็บเปราะบาง พบได้ในรายที่ไม่ชอบรับประทานอาหารจำพวกนี้ หรือรับประทานยาปฏิชีวนะเป็นประจำ ทำให้แบคทีเรียในลำไส้บางส่วนตายไป

สำหรับใครที่มีปัญหา เช่น ผมร่วง ผมบาง หัวล้าน หรือเส้นผมอ่อนแอไม่แข็งแรงนัก ใน 1 วันควรรับประทานไบโอตินประมาณ 1,200 ไมโครกรัม ถึง 2400 ไมโครกรัม จะเห็นผลลัพธ์หลังกินไบโอตินประมาณ 3 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน แต่ในกรณีที่เล็บไม่แข็งแรง เล็บเปราะบางควรรับประทานไบโอตินในปริมาณที่สูงขึ้น 2400 ไมโครกรัมต่อวัน อาการจะเริ่มดีขึ้นและเห็นผลใน 3-4 เดือน ซึ่งควรรับประทานไบโอตินต่อเนื่องซัก 6 เดือน ซึ่งปริมาณที่กินจะแตกต่างจากการกินเพื่อป้องกันการขาด ซึ่งกินแค่เพียงวันละ 100 ถึง 300 ไมโครกรัมต่อวันเพียงแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว และไม่ควรรับประทานเกิน 50 มิลลิกรัมต่อวันครับ หากต้องการได้คุณประโยชน์จากไบโอตินอย่างเต็มที่แล้วล่ะก็ การรับประทานวิตามินไบโอตินโดยตรง (ในท้องตลาดมีขนาดบรรจุ 150 และ 600 ไมโครกรัมต่อแคปซูล) ดีกว่ารับประทานบริวเวอร์ยีสต์แน่นอนครับ (ในท้องตลาดมีขนาดบรรจุ 150 มิลลิกรัมต่อแคปซูล) ซึ่งให้ไบโอตินเพียง 0.3 ไมโครกรัมต่อแคปซูลเท่านั้น

กินอย่างไร ให้หุ่นกระชับเร็วขึ้น

เทคนิคปรับการกิน ลดน้ำหนัก ให้หุ่นกระชับเร็วขึ้น

การทานอาหารที่มีแคลอรีสูงอยู่เป็นประจำ เป็นสาเหตุหลักของความอ้วน ที่ไม่ว่าจะพยายามลดน้ำหนักเท่าไหร่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเสียที ซึ่งเพียงแค่คุณปรับเปลี่ยนนิสัยการกินให้ถูกต้องให้มากขึ้น การลดน้ำหนักและการกระชับหุ่น ก็จะทำได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญไม่ต้องอดอาหารเพื่อทรมานตัวเองอีกด้วย วันนี้เรามีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับปรับพฤติกรรมการกินอย่างไร ให้หุ่นดีมากกว่าเดิม มาฝากกัน

ลดน้ำหนัก

  1. ชอบกินขนมขบเคี้ยว หลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว หลาย ๆ คนมักจะตามด้วยขนมหรือของหวาน ที่ล้วนแต่เต็มไปด้วยน้ำตาลและไขมัน แถมยังติดนิสัยกินจุบจิบตลอดเวลา บางคนก็ทานขนมแทนอาหารไปเลยก็มี ดังนั้นให้ปรับการกินนิสัยเสียใหม่ โดยการเปลี่ยนจากการกินขนมขบเคี้ยวมาเป็นผลไม้ หรือขนมที่มีปริมาณแคลอรีต่ำ พกของว่างที่มีประโยชน์ติดตัวไปด้วย เพียงแค่นี้ก็จะช่วยทำให้ร่างกายสะสมไขมัน หุ่นกระชับสมใจแน่นอน
  2. ชอบกินตอนดึก หลาย ๆ คนติดนิสัยชอบทานอาหารเย็นมากจนเกินไป ทั้งอาหาร ขนม ของหวาน ชาเย็น กาแฟเย็น ซึ่งหากเป็นแบบนี้ ร่างกายคงไม่สามารถขจัดพลังงานส่วนเกินออกไปได้หมด แถมในช่วงกลางคืนร่างกายยังเผาผลาญพลังงานได้น้อย ดังนั้นในตอนกลางวันลองทานอาหารให้มากขึ้น และเตรียมอาหารที่ดีต่อสุขภาพติดตู้เย็นเอาไว้ เพราะถ้ารู้สึกหิวตอนกลางคืน จะได้ไม่ต้องทานขนม

snack

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินนั้น หากสามารถทำอย่างเป็นประจำ โดยการทานอาหารที่มีปริมาณแคลอรีต่ำ และหลีกเลี่ยงการทานขนมหรือของหวาน ที่เต็มไปด้วยไขมันหรือน้ำตาล เพียงแค่นี้ ก็จะทำให้ไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายลดลง ทำให้หุ่นกระชับเร็วขึ้น

เคล็ดลับสู่ชัยชนะ วิธีแก้ปัญหารูปร่าง

เคล็ดลับสู่ชัยชนะ วิธีแก้ปัญหารูปร่าง

วิธีแก้ปัญหารูปร่างลองไปเปิดตู้เสื้อผ้าของคุณ แล้วสำรวจป้ายยี่ห้อกระโปรงดูสิคะว่ามันเหมือนกันทุกยี่ห้อ ทุกตัวเลยหรือเปล่า ? บางทีอาจจะไม่ทั้งหมด คงมีสัก 2-3 ตัวละมั้งที่มีขนาดเดียวกัน คุณซื้อมาจากร้านเสื้อเจ้าประจำที่ชอบมากซัก 2 ปีมาแล้ว

คุณไม่ได้ลดน้ำหนักลงไปจากที่เคยเป็นเลย และไม่ได้ไปฝันด้วยว่าอยากจะได้กระโปรงไซส์เล็กไปกว่านี้ อ๋อ นั่นไงมีเสื้อผ้าที่ติดไซส์ มันบอกขนาดที่เล็กกว่าไซส์แบบอังกฤษอยู่ 3 เบอร์กระมัง แน่นอนคุณต้องรู้จักความแตกต่างของเสื้อผ้าไซส์อเมริกันไซส์แบบอังกฤษด้วย ถึงจะเลือกซื้อเสื้อสำเร็จรูปได้สนุก

กระโปรง 2 ตัวในตู้นั้นซื้อจากรายการ mail order ตาม catalog แบบแตกต่างกันก็จริง แต่ก็ยังเป็นไซส์เดียวกัน แต่ตัวคุณเกือบจะรูดซิปมันไม่ได้ ขนาดที่อีกตัวคุณชัวร์ได้เลยว่ายังสามารถใช้มันได้อีกสบายไปเป็นปี

บ่อยครั้งแค่ไหนนะ ที่ผู้หญิงแต่ละคนจะยอมให้อภัยตัวเองในเรื่องปัญหารูปร่าง

โอ๊ย….สะโพกฉันบานเบอะเหอะเลย เวลาเจอกับโรงที่ใช้พอดีสะโพก เอวกลับเหลือใหญ่ไปอีกสะหลายนิ้ว ซะอีก เฮ้อ

หรือไม่ก็ ฉันต้องซื้อ jacket ใหญ่กว่าขนาดปกติของตัวเองเสมอ เพราะอยากให้มันคลุมหน้าอกได้พอดี แต่มักจะมีปัญหาอื่นตามมาคือ แจ็คเก็ตตัวโคร่งมักจะแขนยาวไปกว่าที่ต้องการ 2-3 นิ้วเสมอ ไหล่ก็ตกอีกต่างหาก แต่ทำยังไงได้ล่ะ ฉันมีทางเลือกไม่มากหรอก

ผลการวิจัยในสหรัฐอาณาจักรและเยอรมันเมื่อไม่นานนี้ ยืนยันว่า ผู้หญิงเกือบทุกขนาดรูปร่างมีปัญหาในการเลือกซื้อเสื้อผ้าให้พอดีตัว และนี่คือปัญหาหลักๆ

  • ไม่สามารถรูดซิปถึงเอวได้
  • เสื้อรัดส่วนอกมากเกินไป
  • เสื้อผ้าผิดสัดส่วนกับลักษณะรูปร่าง
  • กระโปรงร่นขึ้นเพราะรัดส่วนสะโพกเกินไป
  • คอเสื้อกว้างเกินไป
  • แขนเสื้อยาวเกินไปและช่วงไหล่ไม่พอดี ไหล่ตก

ไร้ปัญหาถ้ารูปร่างได้มาตรฐาน

เจ็บปวดไปเถอะค่ะ ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรสำหรับคุณถ้าจะรู้สึกอย่างนั้น มันเป็นเรื่องของระบบบ้าบ้านั่นต่างหาก จริงๆ แล้วไม่มีขนาดมาตรฐานแท้ๆ หรอกสำหรับไซส์แบบอังกฤษ อเมริกัน หรือขอประเทศอื่นอื่นทั้งหลาย

ในอังกฤษ ครั้งสุดท้ายที่เคยมีความพยายามสร้างขนาดมาตรฐานรูปร่างหญิงและชายมาตั้งแต่ปีคศ 1950 โน่น ยังจำภาพยนตร์หรือภาพถ่ายสมัยนู้นได้ไหม

คิดดูก็แล้วกันว่า ชายหรือหญิงสมัยนั้นรูปร่างแบบบางยังไง จำช่วงเวลาเหล่านั้นได้หรือเปล่า เป็นยุคหลังสงครามโลก ต้องปันส่วนอาหารกันเอวกิ่ว ยังไม่มีใครรู้จักอาหารจังฟู้ดหรืออาหารจานด่วนกันหรอก คนสมัยนั้นเลยกินอาหารที่แคลอรี่ต่ำกว่าที่พวกเรารับประทานกันทุกวันนี้

ปี 1950 ผู้หญิงยังต้อง activeกว่าสมัยนี้มาก ไม่ใช่เพื่อแสวงหาความเพลิดเพลิน แต่เป็นหน้าที่ในการดูแลบ้าน จับจ่ายซื้อของ ดูแลเด็ก มีไม่กี่คนหรอกที่สุขสบายพอที่จะมีรถขับไปช้อปปิ้ง ส่วนใหญ่พวกเธอต้องใช้สองเท้าเดินไปไหนต่อไหนแทนพาหนะทั้งหลาย ก็เลยสะโอดสะองผอมเพียวโดยธรรมชาติของการเคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำ ไม่ต้องพึ่งโปรแกรมไดเอทอย่างสาวยุคพ. ศ. 1990 สักนิด
การใช้ขนาดรูปร่างของคนยุคปี 1950 เป็นแบบมาตรฐานได้ดำเนินสืบมา 40 ปีแล้ว ในขณะที่โลกเปลี่ยนแปลงไปมากมาย รวมทั้งรูปร่างคนด้วย จริงๆ แล้วบรรดาดีไซเนอร์และผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปได้ปรับปรุงงานของพวกเขาล่วงหน้ามาตั้งนานแล้ว ด้วยการขยายสัดส่วนเพิ่มขึ้นให้กับเสื้อผ้าสำเร็จรูปของทั้งชายและหญิง โดยไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศให้ลูกค้ารู้ล่วงหน้าด้วยซ้ำ เมื่อสไตล์การสวมใส่เปลี่ยนแปลงไป ช่างตัดเย็บเสื้อผ้ายุคหลังจึงเข้มงวดในเรื่องการวัดขนาดรูปร่างของลูกค้ามากขึ้น เพื่อให้เสื้อผ้าที่เข้ากับขนาดรูปร่างอย่างแท้จริง

3 เคล็ดแต่งสวยสำหรับสาวอ้วน

เคล็ดแต่งสวย สำหรับสาวอ้วน

ภูมิใจข้างใน มั่นใจภายนอก เรียนรู้ที่จะต่อสู้สร้างภาพลักษณ์

dresses

ผู้หญิงร่างใหญ่ทั้งหลาย มักมีเรื่องราวคล้ายคล้ายกันคือ ไม่ใช่เรื่องชวนหัวใจสลาย ก็ต้องเป็นเรื่องตลกรูปร่างชนิดหัวร่อกันกลิ้ง

มีตัวอย่างของ big girl ที่เจ็บปวดด้วยเรื่องประเภทนี้ ปรากฏทุกทุกปี ในหนังสือเยสของอังกฤษ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นหนังสือที่เข้าใจหัวอกผู้หญิงร่างใหญ่มากที่สุดในเวลานี้

แมรี่ อีแวนส์ ยังก์ กล่าวว่า “ตอนที่ฉันอายุ 15 ฉันมีเดทกับหนุ่มในดวงใจคนหนึ่ง เขาบอกฉันว่าฉันน่ารัก ฉันมีใบหน้าที่สวยมากเลย แต่ถ้าหากฉันพร้อมกว่านี้สักนิด ฉันคงยอดเยี่ยมมากเลย เซ็งไหมล่ะ”

เจนิซ เบนด์ บรรณาธิการสาวก็มีความทรงจำที่เจ็บปวดครั้งหนึ่งสมัยที่เธอยังรุ่นสาว “อันที่จริงฤดูใบไม้ผลิของฉันควรจะสว่างไสว แต่ทุกๆ ปีดูเหมือนความสดชื่นรื่นเริงของฉันถูกทำลายไปหมด ฉันไม่เคยลืมเลยที่ครั้งหนึ่งฉันมีจักรยานคันใหม่สีชมพูสวยทีเดียว ตอนนั้นฉันอายุสักเก้าหรือสิบขวบได้ ฉันภูมิใจกับของเล่นชิ้นใหม่นี้มาก เรียกว่ากำลังเห่องั้นเถอะ ฉันมักจะขี่มันไปรอบรอบบ้านในวันที่อากาศดีๆ แล้ววันหนึ่งก็ไปจ๊ะเอ๋กับพวกหนุ่มปากเสียเข้า พวกเขาตะโกนแซวว่า ดูนั่นสิ แกเคยเห็นช้างขี่จักรยานไหมวะ แค่นั้นแหละฉันเซ็งไปตลอดวันเลย และตั้งแต่นั้นมาความรู้สึกมั่นใจในตัวเองก็แทบไม่เหลืออยู่อีกเลย”

อย่างไรก็ตาม การเผชิญหน้ากับความจริงอันเจ็บปวดนี้ก็สามารถสร้างจิตวิญญาณใหม่ขึ้นมาข้างในตัวเราได้เหมือนกัน และนับวันผู้หญิงจำนวนมากเริ่มรู้วิธีที่จะเพิ่มความภาคภูมิใจในตัวเองและในสถานภาพที่เธอเป็นอยู่

แองเจลล่า แซนด์เลอร์  แห่งหนังสือเยส บอกว่า “เมื่อไม่นานมานี้เอง ฉันไปงานปาร์ตี้แห่งหนึ่ง กำลังมองหาของกินอร่อยอร่อยอยู่ที่เดียว ก็บังเอิญมีผู้หญิงคนหนึ่งปรารถนาดีมาก…มาสะกิดบอกว่า เธอน่ะยังกินของพวกนี้อยู่อีกเหรอ? ระวังน้ำหนักตัวบ้างสิ เท่านั้นแหละฉันน็อตหลุดไปเลย ตอบกลับไปว่าคุณเองก็เหมือนกัน ควรสำรวจมารยาทของตัวเองบ้าง อย่ายุ่งเรื่องชาวบ้านมากนัก”

การเป็นเจ้าของรูปร่างอ้วนใหญ่เทอะทะกว่าผู้หญิงทั่วทั่วไป สร้างข้อจำกัดและข้อกำหนดกฎเกณฑ์อะไรหลายอย่างในวิถีชีวิตของผู้หญิงจำนวนมากจนทำให้พวกเธอสูญเสียคุณค่าบางอย่างลงไป นานนักหนามาแล้วที่ผู้หญิงตกอยู่ภายใต้อำนาจกดขี่ของความรู้สึกอยากผอม ราวกลับว่าการมีรูปร่างผอมเพรียวนั้นเป็นสุดยอดปรารถนาของชีวิตที่สามารถแลกได้กับทุกสิ่งทุกอย่าง

แต่ อีริกา จ็อง นักเขียนยวนสวาทชื่อดังของอังกฤษไม่ได้ยอมจำนนต่อความกดดันนี้ เธอไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวต่อความอ้วน และโต้ว่าผู้หญิงด้วยกันนั่นแหละที่ทําให้เกิดการแบ่งแยกชนชั้นระหว่างคนอ้วนกับคนผอม อย่างเช่นสร้างความเชื่อขึ้นมาว่าความพร้อมน้ำเซ็กซี่ แล้วก็กล่าวหาว่าพวกผู้หญิงนั้นยิ่งชั้นต่ำเท่าไหร่ยิ่งหุ่นบึ้บบั้บ ซึ่งอันที่จริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องที่เป็นเหตุผลเลยว่า ยิ่งคุณผอมเท่าไหร่คุณยิ่งจะดูร่ำรวยเท่านั้น นอกจากนี้ผู้ชายส่วนใหญ่ที่ อีริกา จ็อง รู้จักดีก็มักจะเป็นพวกที่รับในเนื้อหนังมังสาของผู้หญิงมากกว่ารักคุณแบบบางเหมือนไม้เสียบผีแทบทั้งสิ้น

ไม่ว่าคุณจะอ้วนหรือผอม จงภาคภูมิใจในตัวเอง

จะอ้วนหรือผอม จงภูมิใจในตัวเอง

ไม่ว่าคุณจะอ้วนหรือผอม ร่างกายของคุณก็ยังเป็นทรัพย์สินมีค่าที่สุดอันควรแก่การห่วงแทนและภาคภูมิใจเป็นที่สุด เพราะมันคือชีวิตคือทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นตัวคุณ เพราะฉะนั้นขอให้เริ่มต้นด้วยการมองโลกในแง่ดีและมีความหวังเสียแต่วันนี้ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้สำหรับความพยายามของทุกคนที่มีความมุ่งมั่นอย่างจริงจัง เชื่อไหมว่าเพียงแค่คุณทำตัวให้มีชีวิตชีวา เบิกบานแจ่มใส ก็จะสามารถสร้างบุคลิกภาพหมายของคนที่มีความมั่นใจในตัวเองได้แล้ว ตรงกันข้าม หากมัวแต่หดหู่อยู่ล่ะก็ มันจะบั่นทอนโอกาสแห่งความก้าวหน้าไปข้างหน้าตลอดกาล ไม่ว่าจะเป็นก้าวเข้าไปสู่โลกแห่งความสำเร็จหรือความงาม

color me beautiful

โอกาสความงามเป็นของทุกคน

หลายปีที่ผ่านมาทีมงาน color me beautiful ได้รับการติดต่อสอบถามจากรายการโทรทัศน์และสื่อมวลชนจำนวนมาก ขอให้เข้าไปช่วยแก้ปัญหาการแต่งตัวให้ผู้หญิงอ้วนบ้าง เพราะคนเหล่านี้ก็ต้องการโอกาสที่จะแสวงหาสิ่งใหม่ๆ ให้ชีวิตเหมือนกัน ทั้งยังเป็นผู้บริโภคขนาดมหึมาที่มีเงินจับจ่าย แต่ยังไม่มีโอกาสใช้มันได้เท่าที่ต้องการ เนื่องจากในตลาดไม่มีอะไรให้เลือกได้เพียงพอ

เมื่อก่อนหน้านี้การหาทางทำให้ผู้หญิงตัวใหญ่ที่มีไซส์ขนาด 14 ขึ้นไป ดูสวยนั้นเป็นเรื่องยากพอๆ กับฝันร้ายทีเดียวทีมงาน cmb เริ่มกรุยทางด้วยการเข้าไปล้างสมองบรรดาผู้ผลิตสินค้าตามโรงงานต่างๆ ให้ผลิตสินค้าสำหรับสาวร่างใหญ่ออกมาให้มากพอที่พวกเธอจะสามารถเลือกซื้อได้ตามความพอใจ ทั้งขนาดและสีสัน ปรากฏว่าผลเป็นที่พอใจมากเมื่อบรรดาผู้ผลิตเหล่านั้นให้ความสนใจและร่วมมืออย่างดียิ่งกลับความคิดดังกล่าว

การทำงานของสถาบัน cmb ได้พิสูจน์ว่าบัดนี้ธุรกิจความงามและแฟชั่นเป็นตลาดที่มีลูกค้ามากมายมหาศาล และไม่ได้จำกัดเฉพาะในกลุ่มคนรูปร่างดีเท่านั้น แต่เปิดโอกาสให้กับคนรูปร่างทุกขนาดแทบจะไม่มีข้อจำกัดในทุกทุกระดับราคา ทั้งจากห้องเสื้อแฟชั่นชั้นสูง ตลาดนัด แคตตาล็อก สั่งซื้อทางไปรษณีย์ หรือแม้แต่รายการช้อปปิ้งทางทีวี เป็นต้น

ทีมงาน color me beautiful ได้ลงมือศึกษาวิจัยเพื่อหาขนาดรูปร่างมาตรฐานมาตั้งแต่ปีคริสตศักราช 1983  จากนั้นก็ได้พยายามสร้างผู้เชี่ยวชาญความงามเข้ามาอยู่ในสังกัดของ cmb เพื่อใช้เป็นที่ปรึกษาด้านความงาม แน่นอนในกลุ่มผู้แนะนำความงามเหล่านี้ พวกเธอเป็นสาวอ้วนเสียงส่วนใหญ่ จึงเป็นกำลังใจที่ดีสำหรับคนที่มีปัญหาแบบเดียวกัน

ปัจจุบันสถาบัน cmb มีทีมที่ปรึกษาความงามทุกเพศทุกวัย สำหรับเป็นแบบอย่างในการเลือกแบบ สีสันและสไตล์ในการแต่งตัวให้กับคนที่ต้องการคำแนะนำเป็นพิเศษ โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงที่ใส่เสื้อผ้าไซส์ 16-22 ขึ้นไป

คำภีร์ของซีเอ็มบีก็คือ เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณรู้ว่าจะเล่นเกมอย่างไร คุณก็สามารถลวงใครทุกคนได้ว่าคุณมีเอว แม้ว่ามันจะไม่ใช่เอวจริงๆ ก็ตาม คุณลวงใครใครได้ว่าสะโพกคุณบางลงและดูสะโอดสะองได้รูปทั้งที่มันไม่ใช่ และคุณยังสามารถทำให้ตัวเองดูน้ำหนักน้อยลงกว่าน้ำหนักตัวจริงตั้ง 20 ปอนด์ คุณเชื่อหรือไม่ ?